กระจกในอาคาร Glass in Building
กระจกในอาคาร จะรวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับกระจก ตั้งแต่ประเภทกระจกแต่ละชนิด กระจกนิรภัยคืออะไร ธรรมชาติของกระจก การใช้งานของกระจก ไปจนถึงค่าพารามิเตอร์เฉพาะของกระจก และแนวคิดการออกแบบกระจก สำหรับ facade engineer
กระจกนิรภัย
กระจกนิรภัย ตามนิยามของมาตราฐานกระจกในอาคาร คือ กระจกที่เมื่อแตกแล้วจะไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งานอาคาร
กระจกนิรภัย คือ กระจกเทมเปอร์ ซึ่งเวลาแตกเป็นเม็ดข้าวโพด และ การนำกระจกมาลามิเนตกันด้วยฟิล์มก็ถือเป็นกระจกนิรภัยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเวลาแตกกระจกจะติดอยู่กับฟิล์ม ทำให้เศษกระจกไม่หลุดไปทำร้ายผู้ใช้อาคาร
กระจกนิรภัยสำหรับกระจกในงานอาคารสูง หรืออาคารริมถนน กระจกต้องเป็นกระจกลามิเนทเท่านั้น เนื่องจากหากกระจกแผ่นใดแผ่นหนึ่งแตก กระจกจะติดอยู่กับฟิล์มจะไม่ร่วงลงไปทำร้ายคนเดินถนนอยู่ (ตามกฎหมายควบคุมอาคาร จะมีข้อนี้อยู่ครับ)
กระจกเทมเปอร์ จึงเหมาะกับการใช้งานภายในมากกว่า เช่น งานประตูภายใน งานกั้นห้องแบ่งส่วนภายใน จะใช้งานริมขอบอาคารไม่ได้ (ตาม code ต่างประเทศ)
การคำนวณความแข็งแรงของกระจก
เราสามารถคำนวณความแข็งแรงของกระจกได้ 2 วิธี
1. เราเปิดตารางตาม Code Glass in Building ของต่างประเทศ ในตารางจะใช้การอ่านค่า ชนิดกระจก, Aspect Ratio (กว้างต่อยาว), จำนวนด้านของ Support ว่าเป็น 4 ด้าน หรือ 2 ด้าน เพื่อหาความกว้างมากที่สุดของกระจกที่สามารถใช้ได้ ตารางที่นิยมอ้างอิงในไทย ได้แก่
- Glass in Building, Australian Standard 2006
- Glass in Building, Hong Kong 2018 (แนะนำมากกว่า เนื่องจากใหม่กว่า)
(2) วิศวกรสามารถใช้การวิเคราะห์ความแข็งแรงของกระจกผ่านวิธี Finite Element Analysis, ก็จะได้ค่า Stress, Deformation ของกระจก โดยใส่ค่าพารามิเตอร์ของกระจกเข้าไป อันได้แก่ ความหนากระจก ความกว้างกระจก ความยาวแผ่นกระจก แรงลมที่กระทำ Support ของกระจก เมื่อได้ค่า Stress & Deformation ออกมาแล้ว เราก็เอามาเทียบกับชนิดกระจกว่า ค่า Stress & Deformation ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ตามมาตราฐานไหม
แนวคิดเรื่อง Safety Factor ของกระจก
สำหรับการใช้ safety factor ของกระจกนั้น ทางอุตสาหกรรมมี normal practice คือการเพิ่ม layer กระจกเข้าไปอีก 1 ชั้น สำหรับงานที่ safety factor เป็น Primary concern เช่น จากการวิเคราะห์ Finite Element, ความหนาพื้นกระจกที่ต้องการคือ Heat Strengthened 16 mm, (โดยนำกระจก 8+8 mm) เราก็จะออกแบบโดยใช้ 24 mm (8+8+8 mm) กระจกแผ่นหลังสุดถือเป็น safety factor สำหรับงานกระจก เมื่อกระจกแผ่นแรกแตกด้วยเหตุไม่คาดฝัน กระจกแท้จริงแล้วก็ยังรับน้ำหนักได้ หรือไว้ใช้รับน้ำหนักที่คาดไม่ถึง
ธรรมชาติของกระจก
กระจกเป็น Brittle Material คือเมื่อถึงจุดวิบัตแล้ว จะไม่สามารถรับแรงได้อีกเลย ตามรูป Stress & Strain ข้างต้น จะไม่เหมือนวัสดุอื่นๆที่เราใช้ในอาคาร เช่น เหล็ก คอนกรีต เมื่อผ่าน ultimate stress ไปแล้วเหล็กจะยังสามารถรับกำลังได้บางส่วน แต่กระจกไม่สามารถรับได้เลย
กำหนดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้ พ.ศ. 2566
Powered By EmbedPress
กำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคาร และลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้งานโครงสร้างอาคาร พ.ศ. 2566
Powered By EmbedPress
For Facade Engineer
คำนวณหาค่า Moment of Inertia สำหรับ Mullion Die และ Deflection
Facade Mullion Die Estimation
Results:
Details:
สร้างโดย Jeerapat Charoentanachot, Facade Engineer ในตำนาน